Painfulness
ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร Image คอลัมน์ Human Matrix ฉบับเดือนกันยายน 2552
Painfulness
มีบางเรื่องอยากเล่าให้ฟัง (พิมพ์ให้อ่าน) กันในฐานะเพื่อนผู้อ่านครับ โดยว่ากันถึงเรื่องความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานกันไปเลยเพียวๆ ในเล่มนี้ ด้วยความที่ผู้ชายหลายคน หรืออาจจะเป็นคนที่คุณรักกำลังประสบอยู่กับตัวก็เป็นได้ โดยที่คุณเองอาจไม่เคยล่วงรู้เลย
หากพูดถึงความเจ็บปวดทางจิตใจ หรือความอ่อนแอที่ไม่อาจแสดงออกมาได้ของลูกผู้ชาย หลายครั้งมาจากหลายเหตุการณ์ที่พบเจอ อาทิเช่นอาการอกหัก (เพราะรักเป็น หรือไม่เป็นก็อีกเรื่อง) เรื่องภาระหน้าที่ เรื่องปากท้องของทางบ้าน รวมถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้หญิงไม่ใส่ใจแคร์อย่างทีม ฟุตบอลสุดรักมีอันต้องตกชั้นไป หรือถูกเพื่อนๆ ถากถางเรื่องเส้นผมบนหนังศีรษะ ผมเชื่อว่ามนุษย์มีเรื่องร้อยแปดประการให้รู้สึกเจ็บปวดครับ หากแต่ยังมีเหตุผลอีกพันเก้าประการที่พวกเราไม่ค่อยแสดงออกถึงความเจ็บปวดออกมาเลย นี่สิครับที่น่าเอามาพูดถึงกัน
คือการปอกเปลือกผู้ชาย ที่หลายครั้งจะตายจากความทุกข์ทรมานนั่นเอง
บ่อยครั้งที่ผู้เขียนหรือแม้แต่ผู้ชายคนอื่นๆ ไม่อาจแสดงออกถึงความเสียใจ ทุกข์ทรมานผ่านทางรูปกาย (เช่น ยกมือปาดน้ำตาป้อยๆ หรือร้องไห้โฮไปกับโคเรียนดราม่า) ทำได้แค่แสร้งเป็นไม่รู้สึกอะไร นั่นเป็นเพราะพวกเราในฐานะ “ลูกผู้ชาย” ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กให้เข็มแข็ง และทนรับต่อความเจ็บปวดในรูปแบบต่างๆ และถ้าหากแสดงความเจ็บปวด (ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ) หรือทุกข์ใจออกมาก็อาจจะถูกทำโทษจากครอบครัว เมื่อเติบโตขึ้น กระบวนการทางสังคมในการ ทำโทษ (punishment) ต่อพวกที่อ่อนแอ อ่อนไหวง่ายคือการถูกเยาะเย้ยถากถาง ถูกยั่วล้อให้เกิดความเจ็บปวด และอาจเป็นไปได้ถึงขั้นถูกขับออกจากกลุ่มสังคมนั้นๆ เพราะไม่มีใครทนรับพฤติกรรมได้
ดราม่าไหมครับ? แต่นี่แหละสังคมของลูกผู้ชายสมัยเด็กเลย ไม่มีใครอยากเป็น “ไอ้ตุ๊ด” สำหรับทุกคนหรอก
ทีนี้ สิ่งเหล่านี้นี่แหละครับที่เป็นตัว “กด” พฤติกรรมการแสดงออกต่อความเจ็บปวดภายในใจไม่ให้แสดงออกผ่านทางรูปกายอันมีผลต่อพฤติกรรมส่วนตัว เมื่อแสดงออกผ่านทางรูปกายไม่ได้ ผู้ชายหลายคนถึงใช้วิธีอื่นๆ ลบละลายความเจ็บปวดของตนเองแบบไม่ให้ใครเห็น อาทิเช่นการทุบทำร้ายตัวเอง การระบายอารมณ์ต่อสิ่งของ (ยิ่งถ้าเป็นเรื่องความรัก และเป็นของของคนรัก จะยิ่งรุนแรงมาก) การหันหน้าเข้าหาแอลกฮอลล์หรือสิ่งเสพติดอื่นๆ (พวกเราทราบดีว่าเหล้าไม่ได้ช่วยให้ได้คำตอบ แต่ก็ทราบดีอีกนั่นแหละว่ามันช่วยให้ลืมคำถาม) หลายครั้งเลยเถิดไปถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย ลุกลามไปยังการแสดงออกถึงความเจ็บปวดต่อสังคม เช่นการทำตัวขัดต่อชนหมู่มาก (ไม่ใช่ “แนว” นะครับ โปรดแยกให้ออก) พฤติกรรมขวางโลก หรือการแดกดันทำร้ายคนอื่นทางวาจา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคลี่ “ปมด้อย” ทางการแสดงออกของตัวเอง
เพราะแข็งนอก อ่อนใน และเจ็บปวดใจมาตลอด เชื่อเถอะว่าผู้ชายทุกคนต้องมีช่วงเวลาที่อยากร้องไห้ออกมาดังๆ ทว่าประสบการณ์วัยเด็ก สิ่งที่สั่งสมมาตลอดในใจ และความรู้สึกที่ว่าเราไม่อาจอ่อนแอต่อหน้าใครแม้จะเป็นคนที่เราไว้ใจที่สุดก็ตาม มันน่าทรมานนะครับที่พวกเราไม่อาจแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้เลย
ทางแก้ปัญหาที่คุณผู้หญิงพอช่วยเหลือได้ (เพราะจะว่าไป นี่ก็เป็นปัญหาส่วนตัวของผู้ชาย) ก็เห็นจะมีเพียง “กำลังใจ” และ “ความเข้าใจ” เท่านั้นครับ แน่นอนว่าทุกคนถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน หากแต่ความเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นและประสบสิครับสำคัญ บางครั้งคำพูดปลอบประโลมมากมายเพียงใดก็ไม่มีความหมายเท่าการปฏิบัติ หรือการแสดงออกทางความรักเลยครับ เพียงแค่โอบกอด ตบหลังตบบ่า สิ่งหล่านี้ก็มีค่ามากกว่าคำพูดเป็นร้อยพัน เชื่อผมเถอะครับ
ถ้าหากคุณผู้ชายได้อ่านคอลัมน์นี้ ก็โปรดตรองดูให้ดีว่าการเก็บงำหรือไม่แสดงออกถึงความรู้สึกทุกข์ใจ (เก๊ก) ไม่ใช่เรื่องเท่ ไม่ได้ช่วยอะไร และไม่ได้มีผลดีต่อความสัมพันธ์กับคนที่รักและเป็นห่วงคุณเลย รู้จักปลดปล่อยมันออกมาบ้างนะครับ
Being miserable doesn’t make you better than anybody else. It just makes you miserable.

Leave a Reply