Fanclub
ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร Image คอลัมน์ Human Matrix ฉบับเดือนกรกฎาคม/สิงหาคม 2552
แฟนคลับ
“น้องรักนักร้อง แต่พี่รักน้อง ให้เป็นนักร้องล่ะพี่ก็เป็นไม่ได้..” เพลง “น้องรักนักร้อง” ของ คุณแนท วาสนา มักจะแว่วเขาหูของผมอยู่ทุกครั้ง เมื่อได้ชมคอนเสิร์ตสัญชาติไทย เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออะไรอื่นก็ตาม เห็นแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ถึงพัฒนาการของ “แฟนคลับ” ในการชมเชียร์ศิลปินจริงๆ ครับ สิ่งเหล่านี้วัดได้จากการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น และอุปกรณ์ประกอบการเชียร์อันอลังการ ตระการตาอย่างที่ผู้อ่านหลายท่านเห็นกันอยู่
หากเป็นเมื่อก่อน (ไม่ไกลมาก แค่สิบปีที่แล้ว) วัฒนธรรมของแฟนคลับสาวๆ คงจำกัดขอบเขตอยู่เพียงแค่การติดตามไปในทุกคอนเสิร์ต ขอแค่ให้ได้ไกล้ก็ดีใจ นั่นรวมถึงศิลปินลูกทุ่ง ลูกกรุง หรือแม้แต่ลูกครึ่ง เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนไป มาบัดนี้วัฒนธรรมการ “อวย” ศิลปินที่ตนเองโปรดปราน เริ่มก้าวล้ำคำว่า “แฟนเพลง” ออกไป กลายเป็น “สาวก” ไปเสียได้ ยิ่งเหล่าชายที่มีคู่ครองเป็นมหาสาวกของศิลปินอ้าปากงับเนื้อร้อง (ไม่จำกัดสัญชาติ) ยิ่งแล้วใหญ่
ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงความขุ่นข้องของผู้ชาย ภายใต้ความอึดอัดใจต่อพฤติกรรมการเป็นแฟนคลับของคนที่เรารัก แน่นอนว่าเราไม่อาจจำกัดหรือดูถูกรสนิยมอันวิไลของใครได้ แต่ในเมื่อมันดูจะมากเกินขอบเขตไป ผู้ชายอย่างเราก็เหมาะที่จะเตือนใจคุณผู้หญิงที่รักใช่ไหมครับ?
ผมกล้าออกตัวตรงนี้เลยหว่า หลายครั้งผู้ชายไม่เคยเข้าใจ (หลายครั้งเอือมระอา แถมด่าลับหลังในหมู่เพื่อนว่าหาสาระอันใดไม่ได้อีก) กับความ “สุดโต่ง” ของแฟนคลับ แม้อยากจะฉะกันต่อหน้าก็กลัวว่าของจะเข้าตัว กลัวจะโดนเล่นเรื่องอื่นขึ้นมา ทั้งจะพาลหาว่าพวกเราสร้างเรื่องทะเลาะกันให้สาวก (แถมยังเป็นคนที่เรารัก) เสียอารมณ์ซะอีก untouchable จริงๆ นักร้องเหล่านี้ น่าหมั่นไส้ พวกหล่อๆ สวยๆ บนเวทีนั่นจริงๆ ครับ
โดยส่วนตัวผมเองเข้าใจถ่องแท้ว่าเรื่องของแฟนคลับ หรือความรักโลภหลงเหล่านี้มันเป็น passion ที่ไม่ต้อง need some reasons ประกอบ (เหมือนกับเรื่องฟุตบอลของผู้ชายนั่นแหละครับ) แต่ในฐานะผู้ตั้งข้อสงสัย อยากระบาย และอยากให้ชาวแฟนคลับทุกท่านลองตรองดูให้ดีถึงสถานะของตนเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ตรงนี้คือ “กระแส” หรือเปล่า คุณ “เชื่อ” และ “ยอมรับ” ในสิ่ง ที่เขาต้องการให้คุณยอมรับใช่หรือไม่ มัน “จำเป็น” เพียงใดกับการได้ใกล้ชิดไอดอลผู้นั้น ความรู้สึกที่เกิด ขึ้นมันเป็นเพียงแค่ “ความหลง” ในรูปกาย หาใช่เนื้อหาในบทเพลงหรือไม่ เขา “สำคัญ” เพียง ใดต่อการดำรงชีวิต เมื่อไม่มีคุณแล้วเขาจะเฉาตายหรือเปล่า เขาจะเสียงดี-เต้นเก่งขึ้นหรือเปล่า หรือขนาดขายอัลบั้มไม่ออกเลยหรือเปล่า ก็เปล่า.. หรือประเด็นมันเป็นเพียงแค่ “ความรัก” ที่ปราศจากเงื่อนไข
แต่อย่าลืมนะครับว่าความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ไม่เคยมอบความสุขให้แก่ทั้งสองฝ่ายเลย
หากให้พูดกันแรงๆ คือ ให้มันน้อยๆ หน่อย.. ไม่ใช่พ่อ ถึงแม้ว่าเป็นพ่อ ผู้ชายหลายคนเองก็คงไม่คิดว่าเหล่าทีมงานแฟนคลับบางท่านจะทุ่มเททำกันได้ถึงขนาดนี้ ให้ตายสิ เราไม่ได้หึง ไม่ได้หวง แค่ห่วงความรู้สึก และไม่อยากให้ใครบางคน หรือคนบางกลุ่มเอา ความเป็นแฟนคลับผู้ซื่อสัตย์มาเป็นเกม หรือเป็นเบี้ยในหมากของการประชาสัมพันธ์ ฉะนั้น.. ควรลองถามใจตัวเองกับคำถามก่อนหน้าดูดังๆ ครับ
ประเด็นความเป็นแฟนคลับตัวจริง หรือรสนิยมส่วนบุคคลเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเพศสองฝั่ง เนื่องด้วยมันเป็นเรื่องของ “ความพอดี” ของคนทั้งคู่ต่างหากครับ ผมเชื่อ (และผมจะโน้มน้าวให้คุณเชื่อ “ทั้งสองเพศ”) ว่า หากเราเชื่ออย่างมีสติ และมีเหตุผลรองรับต่อทุกการกระทำ ไม่นำเอาความรู้สึกที่มาก กว่า “ความชอบ” ไปผูกพันจนเกินไป ผู้ชายหลายคนวาดหวังว่า “ความรัก” ของ “คนรัก” ที่มีต่อศิลปินผู้นั้นไม่ควรอยู่ในกรอบอันกว้างจนบดบังความพอดี หรือไม่ตีบแคบจนกลายเป็นการทำร้ายน้ำใจ กลับกัน แฟนคลับหญิงหลายๆ ท่านคงเข้าใจในความเป็นห่วงของคนรักนะครับ พวกเราไม่มีทางอธิบายได้ (เอาเข้าจริงคือว่าไม่ได้ ด่าไม่ได้) หรอกครับว่ามันน่าหมั่นไส้ หรือไร้สาระเพียงใดกับสิ่งที่เธอทำ แต่พวกเรารู้ดีออย่างหนึ่งเลยล่ะว่าเป็นห่วง และไม่อยากให้มันมากเกินพอดีเกินไป… กลัวพวกเธอขึ้นไปสูงมาก ตกลงมามันจะเจ็บมาก
ความรัก (ต่อศิลปิน) ที่อยู่บนความพอดีไม่เคยทำร้ายใครครับ แม้ว่าเพลงดีๆ มันจะถูกประพันธ์ออกมาจนหมดโลกแล้วก็เถอะ :)

Leave a Reply