2 Miles

ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร Image คอลัมน์ Human Matrix ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552
ออกอากาศครั้งแรก : รายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง วันที่ 4 มิถุนายน 2552

สองไมล์

มีคำกล่าวของปราชญ์คนเมืองไม่ทราบนามว่า “สองไมล์ของผู้หญิงคือการชอปปิ้ง แต่สองไมล์ของผู้ชายคือการวิ่งมาราธอน” ผมอ่านแล้วก็นึกในใจว่าแม้สี่เท้าจะรู้พลาด แต่ปราชญ์ผู้นี้ไม่มีรู้พลั้งเป็นแน่

เพราะอะไร เพราะในสองไมล์ของผู้หญิงอาจจะเป็นห้วงเวลานิรันด์อนันตกาลระหว่างเธอกับสรรพสินค้าที่อยู่ตรงหน้า ปัญหาคือในสองไมล์ (หรือมากกว่านั้น) สำหรับการชมนกชมไม้ของพวกเธอ.. มีพวกเราบางคนต้องคอยเดินตามต้อยๆ อยู่ไม่ห่าง

อยากห่างก็ห่างไม่ได้ เดี๋ยวเขาหาว่าไม่รัก ไม่เอาใจใส่

หากให้ทำนายนิสัยการเดินห้างของคุณผู้หญิงบางท่าน ก็คงไม่ต่างอะไรกับการเดินจงกรม.. วนมันอยู่นั่นแทบทุกชั้นทุกแผนก ทางห้างฯ ก็ช่างเอาใจ เดินเข้ามาชั้น 1 ปุ๊ป เจอแผนกสตรีปั๊ป และเปอร์เซ็นต์ที่น่าสนใจระหว่างสินค้าของเหล่าสตรีคือ 60% จากของทุกชิ้นในห้างสรรพสินค้า กลับกันเมื่อมองถึงผู้ชาย การไปห้างฯ ของพวกผมส่วนใหญ่ไม่มีอะไรที่มากไปกว่าความรู้สึกที่ว่า “อยากได้อะไร.. ซื้อ ซื้อเสร็จกลับ” ครับ มันง่ายขนาดนั้นเลย น้อยมากที่ผู้ชายจะเดินเอ้อระเหยอยู่ในห้างฯ ได้ทั้งวัน หรือเดินวันเดียวได้หลายๆ ห้างแบบผู้หญิง เว้นแต่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นเอง

ทีนี้อะไรล่ะที่มันไม่ง่าย? ก็การเดินห้างกับคนที่เรารักสิครับ อาจฟังดูง่าย แต่มักไม่เคยทำได้ตามที่ใจบอก

เหตุการณ์ง่ายๆ ของเรื่องยากๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หลายครั้งที่ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากวิธีการ (method) เดินห้างของชายและหญิงนั้นไม่เหมือนกัน กอปรกับอาการลังเลใจหรือไม่สามารถตัดสินอะไรได้ของผู้หญิง และการเบื่อที่จะต้องรอหรือความขี้รำคาญของ ของคุณผู้ชาย หากให้ยกตัวอย่างง่ายๆ.. เดี๋ยวอ่านคอลัมน์นี้จบแล้วรีบไปแผนกชั้นในสตรีเลยนะครับ ที่นั่นคุณจะเห็นผู้หญิงที่ไม่อาจจะเลือกอะไรได้ง่ายๆ เพราะนู่นก็ดี นี่ก็สวย นั่นก็ลดราคา และจะพบผู้ชายที่ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงเลือกไม่ได้ซะที เพราะพวกเราทราบแค่ว่าใส่แบบไหนแล้วกระตุ้นอารมณ์ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเส้นใยแบบไหนใส่สบาย.. และเมื่อเลือกไม่ได้ก็ต้องถาม

แต่น่าเศร้า ที่คำตอบส่วนใหญ่ของพวกเราไม่เคยน่าพอใจเลย

จึงเป็นที่มาของการทะเลาะกันกลางห้างฯ อย่างที่คุณเองก็คงเห็นอยู่บ่อยๆ หรืออาจเคยได้เจอกับตัว ผมเชื่อว่าทุกคู่ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่มันมีแน่ๆ อย่างน้อยก็เกือบทุกครั้ง

ทีนี้ เรื่องมันไม่ได้เกิดที่แผนกนี้อย่างเดียวน่ะสิครับ แต่กลับเป็นบริเวณใดก็ได้ของห้างฯ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า.. เราจะเห็นเหล่าสตรีกระหน่ำใช้เงินอย่างสะใจ ขณะที่ผู้ชายได้แต่เดินตามต้อยๆ.. น่าสงสาร ผู้ชายบางคนถึงกับขอบคุณสวรรค์ที่ประทานแผนกประดับยนต์กับเครื่องมือช่างมาให้อยู่ติดกับแผนกเครื่องแก้วและเครื่องนอนด้วยซ้ำ มาห้างฯ ทั้งที อย่างน้อยก็ได้มีอะไรดูบ้างหระว่างเดินตามเธอไปทั่ว..

หากถามว่าปัญหาคืออะไร ปัญหาคือคุณผู้หญิงแแทบไม่เคยถามตัวเองเลยว่า ได้ปล่อยผู้ชายที่มาด้วยไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการเลยหรือเปล่า เพราะผู้ชายหลายคนเป็นสุขมากกว่าที่จะได้รออย่างสงบที่ร้านหนังสือ จิบฟาแกยามบ่าย ยืนฟังซีดีแผ่นต่อไปที่จะซื้อ ดีว่าเดินตามต้อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายแถมทำหน้าซังกะตายใส่ หรือใช้เวลาที่มีอยู่มหาศาลด้วยการเดินห้างฯ ในแผนกที่โปรดปรานคนเดียว

คนเดียว เหมือนกับที่คุณผู้หญิงทำมาตลอดนั่นเอง

การมีกิจกรรม การได้ออกไปเดินกระหนุงกระหนิงตามห้างมันเป็นเรื่องดีกับชีวิตคู่อยู่แล้วครับ ทว่าสองไมล์ของผู้ชายกับผู้หญิงไม่มีทางเหมือนกัน และเป็นสองไมล์ที่แทบจะไม่มีทางบรรจบกันได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องของทั้งสองฝ่ายที่จะต้องบริหารเวลาส่วนตัวกันให้ดีแล้วล่ะครับ แยกกันเดินไหวไหม? พอเวลาไปห้างฯ รอบหน้าจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันให้อายคนอื่นเขา

คุณผู้หญิงควรต้องคิดดูใหม่นะครับ ว่าในห้างสรรพสินค้ามีอยู่สองโลก ไม่ใช่โลกลดราคา กับโลกมิดไนท์เซลแน่ๆ หากแต่เป็นโลกระยะทางระหว่างคุณกับเขาเท่านั้นเอง

ลองปรับไปใช้ดูให้ดี ผมคิดว่ามันจะเป็นสองไมล์ที่จะได้ใกล้กันขึ้นอีกเยอะเลยครับ



Leave a Reply